shopup.com

ดูบทความท้องผูก...แก้ไขได้

ท้องผูก...แก้ไขได้

“ท้องผูก” ไม่ใช่อาการร้ายแรงขนาดถึงกับต้องพึ่งพาแพทย์เพื่อช่วยบำบัดรักษา แต่ก็เป็นอาการที่ก่อปัญหาให้กับคนทุกเพศทุกวัย ท้องผูกเป็นอาการที่ถ่ายยาก เนื่องจากอุจจาระแข็ง ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะถ่าย หรือไม่ถ่ายเลยเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วันติดต่อกัน

            ปกติแล้วอาการท้องผูกนั้นเป็นปัญหาชั่วคราวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง หรือรับประทานผัก ผลไม้ลดลง ดื่มน้ำน้อยลง ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปจะพบว่าอาการท้องผูกเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวน้อยลง รับประทานอาหารที่เคี้ยวง่ายซึ่งมีกากใยอาหารน้อยลงและดื่มน้ำน้อยลง

            อาการท้องผูกไม่เพียงพอแต่สร้างความอึดอัดให้กับท่านเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สุขภาพของท่านเสื่อมตามไปด้วย เช่น โรคริดสีดวงทวาร ซึ่งพบในผู้สูงอายุถึง 50% ในจำนวนผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรังและหากยิ่งปล่อยให้อาการท้องผูกรบกวนโดยไม่หาทางแก้ไข ผลที่ร้ายที่สุดที่จะตามมาถึงตัวท่านก็คือ ท่านจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในลำไส้ที่สามารถคร่าชีวิตท่านได้

กลเม็ดบำบัดรักษาอาการท้องผูกมีดังนี้

  • เพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่นธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งประกอบด้วย ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ เพิ่มผักผลไม้ต่าง
  • ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน หรืออาหารร้อน ในตอนเช้า เพราะอาหารร้อนจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนไหวตัวได้มากขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าที่เคยดื่มในแต่ละวัน คือ ประมาณวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้กากใยอาหารที่รับประทานเข้าไปสามารถทำงานได้ดีขึ้น

วิธีดังกล่าวนี้นับเป็นการแก้ไขปัญหาอาการท้องผูกที่ได้ผล ปลอดภัยและยังได้สารอาหารที่มีประโยชน์จากผักผลไม้และธัญพืช แต่ข้อสำคัญการเพิ่มกากใยอาหารอย่าเพิ่มอย่างผลีผลาม ควรเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป

            ในบรรดาผลไม้ไทยและเทศที่มีกากใยสูงติด 5 อันดับแรก ได้แก่ พรุน มะเดื่อแห้ง มะขามหวาน แอปเปิ้ล และส้ม สำหรับพรุนและมะขามหวานได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติที่สามารถแก้ไขอาการท้องผูกได้ดียิ่งนัก

            นอกจากการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงและดื่มน้ำมากขึ้นแล้ว ก็ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อในระบบย่อยและขับถ่ายทำงานดีขึ้น

            สำหรับบางท่านที่มีอาการท้องผูกรุนแรงมากเป็นพิเศษที่อาจต้องใช้ยาระบายช่วย ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาระบายนั้น เพราะหากมีการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ตกเป็นทาสยาถ่ายหรือเกิดปัญหาอื่นตามมาได้

 

ขอขอบคุณที่มาจาก หนังสือกินเพื่อสุขภาพ คู่มือเพื่อคนรักสุขภาพ โดย อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช

27 ตุลาคม 2017

ผู้ชม 254 ครั้ง

Engine by shopup.com